จากบุรีรัมย์สู่ประเทศสโลวาเกีย

จากบุรีรัมย์สู่ประเทศสโลวาเกีย

บทสัมภาษณ์ลำดับที่ 7 ในหัวข้อเรื่องคนไทยที่ย้ายไปอยู่ในต่างแดน จากชีวิตจริงของคุณ กุ้ง บุรีรัมย์สู่ประเทศสโลวาเกีย

 

1

You can read the original blog here in English or Thai versions.

A very poignant account about Khun Kung who moved from Buriram Thailand to Kosice in Slovakia. Huge thanks to Trevor Bide for sharing this blog from his Engaging Thailand – Thais Abroad series

http://thelifedesigndetective.com/%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B8%AA/

ฉันเป็นคนบุรีรัมย์ค่ะ เกิดที่ บุรีรัมย์ ครอบครัวความเป็นอยู่ ก็พอมีพอกินค่ะ ไม่รวยแต่ก็ไม่ถึงกับจนค่ะ พ่อแม่ของฉันทำงานก่อสร้างและก็ทำนา อยู่กินกับแบบสบายๆ ตามประสาชาวบ้านค่ะ

เริ่มตั้งแต่แรกเลยคุณมาอยู่ประเทศโลวาเกียเพราะอะไร

เริ่มตั้งแต่ครั้งแรก ที่ฉันไปสโลวาเกีย เพราะฉันมีปัญหาครอบครัว สามีของฉันเขาไปมีผู้หญิงคนใหม่ แล้วเขาก็แต่งงานใหม่ ฉันจึงเครียด และก็คิดมากเพื่อนจึงแนะนำให้ฉันไปเรียนนวดค่ะ แล้วพอฉันเรียนนวดจบทางโรงเรียนจึงส่งฉันไปทำงานที่สโลวาเกีย

คุณอาศัยอยู่ที่เมืองอะไรในประเทศสโลวาเกีย และคุณอยู่ที่นั่นมานานแค่ไหนแล้ว

อยู่ที่ โคชิเซ ได้ประมาน 3 เดือนค่ะ หลังจากนั้นเจ้านายก็ย้ายให้ฉันไปอยู่ที่ เมือง โปปาดตาตี้ เพราะ พนักงานคนเก่าสัญญา ฉันจึงได้ไปอยู่แทน

ทำงานยากไหม ลูกค้าดีไหมครับ

มันยากสำหรับฉันเพราะมันเป็นครั้งแรกของการไปทำงานที่ต่างประเทศ และที่ยากที่สุดคือที่ประเทศส โลวาเกีย คนสวนมากฟังภาษาอังกฤษ ไม่ค่อยออก มันจึงเป็นเรื่องยากสำหรับฉัน ทั้งต้องปรับตัวให้เข้าอากาศที่หนาวเย็น และก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับผู้คนที่นั้นค่ะ ส่วนลูกค้าก็ดีค่..ะ แต่ก็มีบ้างที่คิดจะลวนลาม แต่ก็เป็นส่วนน้อยค่ะที่เป็นแบบนี้ เพราะ ลูกค้าบางคนที่มาเที่ยวประเทศไทย

เขาอาจจะมาเจอกับหมอนวดไทยที่ทำทุกอย่างนอกจากการนวด แต่ก็ไม่ใช่หมอนวดทุกคนที่จะทำแบบนี้ และลูกค้าบางก็เข้าใจค่ะ เพราะบ้างคนที่ฟังภาษาอังกฤษ ออก ฉันก็จะพยานามอธิบายใครพสกเขาเข้าใจว่าหมอนวดไม่ได้เป็นเหมือนกันทุกคนค่ะ

I

อะไรคือสิ่งที่คุณรัก และอะไรคือสิ่งที่คุณชอบทำในยามว่างของคุณ

สิ่งที่ฉันชอบคือหิมะค่ะ และสิ่งที่ฉันชอบทำในวันหยุด และ เวลาว่างก็คือการเดินชมและเก็บภาพความทรงจำที่สวยงามของหิมะค่ะ

คุณพูดภาษาสโลวาเกียได้ไหม ถ้าคุณพูดได้คุณคิดว่าภาษาสโลวาเกีย ยากสำหรับคุณไหมและคุณใช้เวลาเรียนรู้ฝึกฝนนานแค่ไหนกว่าคุณจะพูดภาษาสโลวาเกียได้

ส่วนเรื่องภาษา ภาษาสโลวาเกียเป็นภาษาที่นารักแต่ฟังยาก และฉันก็เรียนรู้เอาเฉพาะคำที่จำเป็นที่ต้องใช้บ่อยๆค่ะ อย่างเช่นคำขอบคุณ คำเชิญ และส่วนที่เหลือก็ใช้ภาษามือเอาค่ะ

ในมุมมองของคุณ คุณคิดว่ามันยากไหมสำหรับการที่คนไทยต้องปรับตัวไปใช้ชีวิตแบบคนสโลวาเกียแล้วถ้ามันยาก มันยากยังไง และอะไรเป็นเรื่องที่ปรับตัวยากที่สุด

สำหรับฉันตอนแรกๆก็คิดว่าเรื่องภาษาน่าจะเป็นเรื่องที่ยากที่สุดค่ะ แต่มันกลับไม่ใช้ค่ะ เพราะเรื่องภาษากลับเป็นเรื่องที่ยากเป็นอันดับสองของฉันค่ะ เพราะการใช้ภาษาไม่จำเป็นต้องพูดอย่างเดียว เราสามารถใช้การสื่อสารด้วยมือหรือถาษาใบ้ ถึงแม้จะรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้างแต่ต่างฝ่ายต่างก็พยายามเข้าใจซึ่งกันและกันค่ะ แต่เรื่องที่ยากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของฉัน กลับกลายเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวมาค่ะ

มันก็คือเรื่องการเข้าห้องน้ำค่ะ เพราะวันแรกที่ฉันมาพักที่ โคชิเซ ครั้งแรกที่ฉันเข้าห้องน้ำเพื่อถ่ายทุก ฉันก็ตกใจและก็แปลกใจว่าทำไมที่เมืองนอกถึงไม่น้ำล้าง…….และที่สำคญในห้องน้ำไม่มีถังขยะที่จะทิ้งกระดาษที่ใช้แล้ว เพราะมันต่างจากประเทศไทยมากเลยค่ะ ที่มีทั้งสานฉีดล้าง……และก็มีทั้งถังขยะไว้ทิ้งกระดาษชำระ มันทพให้ฉันไม่หมั้นใจในการเข้าห้องน้ำ เพราะครั้งแรกฉันไม่รู้ว่าชักโครกที่นั้น สามารถทิ้งกระดาษลงไปในโถได้เลย ใันเป็นเรื่องน่าอายมากเลยใช่ไหมค่ะ ที่เรื่องที่ปรับตัวยากที่สุดของฉันคือเรื่องใกล้ตัวนงขนาดนี้ แต่หลังจากนั้นก็ไม่มีอะไรยากอีกเลยค่ะ เพราะทุกอย่างและทุกๆคนเป็นมิตรมากค่ะ (ยกเว้น เจ้านายค่ะ)

K3

ที่ที่คุณอยู่มีคนไทยอาศัยอยู่เยอะไหม และพวกเขามีชีวิตความเป็นอยู่สบายดีไหม

ในเมืองที่ฉันอาศัยอยู่แต่ละเมือง มีคนไทยไม่ถึง 20 คนค่ะ และส่วนมากทำงานนวดค่ะ มีปีะมาณ3คนที่มีแฟนอยู่ สโลวาเกียค่ะ และทุกๆคนที่ทำงานอยู่ที่นี้ ต่างก็มาทำเพื่อครอบครัว ในแต่ละเดือนพวกเราจะพยายามใช้จ่ายให้น้อยที่สุดเพื่อจะได้มีเงินเหลือส่งให้ครอบครัวค่ะ

อะไรที่คนสโลวาเกียชอบและคุณบอกผมได้ไหมว่าผู้ชายสโลวาเกียเป็นอย่างไร ผู้หญิง สโลวาเกียเป็นอย่างไรและครอบครัวของคนสโลวาเกียเป็นอย่างไร

ผู้คนที่นี้ ก็นิสัยดีค่ะ ทุกคนเป็นมิตรดีค่ะ ทั้งผู้ทั้งผู้ชาย แต่สำหรับลูกค้าที่มานวดก็บ้างที่คิดจะลวนลามหมอ แต่ถ้าเราไม่ยอมซะอย่าง ลูกก็ไม่สามารถทำอะไรเราได้ค่ะ แต่ก็เป็นส่วนน้อยค่ะที่เป็นแบบนี้

What did you mean ….. ทุกๆคนเป็นมิตรมากค่ะ (ยกเว้น เจ้านายค่ะ)

และสวนเรื่องเจ้านายของฉัน เขาเป็นคนฉลาดค่ะ และคนที่ฉลาดก็มักจะเล่เหลี่ยมเยอะ ฉันคงต้องเล่าตั้งแต่ครั้งแรกที่เจ้านายนัดสัมภาษงาน ทางโทรศัพท์ โดยมีนายหน้า ที่เดินเรื่องจัดส่งฉันไปยังสปา ของboss ที่ สโลวาเกีย โดยครั้งที่สัมภาษงาน ทั้งนายหน้าและboss ยื่นข้อเสนอให้ฉันเป็นเงินเดือน เดือนละ 750 us หรือเดือนละประมาน 32000 บาท และ + คอมมิชั่น อีก 5% ที่พักฟรี อารสามมื้อค่ะ ฉันจึงคิดว่า ถ้าอารฟรีสามมื้อ ฉันก็คงจะมีเงินส่งกลับประมาน เดือนละ 30000 บาท ฉันจึงตัดสินใจยอมเดินเรื่องไปทำงานที่สโลวาเกีย และรวมทั้งฉันก็มีปัญหาครอบและคิดหนักว่าฉันคนเดียวจะเลี้ยงสองคนอย่างไรให้พวกเขาอยู่อย่างสุขสบายได้ ฉันจึงตัดสินใจไปโดยง่าย และฉันก็เดินเรื่องไปทำงานที่นั้น และเดินเรื่องผ่านฉันก็ได้ไปสมใจ โดยที่เจ้านายบอกว่าเขาจะมารับฉันที่สนามบิน บูดาเปส เมื่อฉันไปถึง ฉันจึงหมดห่วง

k7

แต่พอวันขึ้นเครื่องจริง นายหน้ากลับบอกกับฉันว่าฉันต้องขึ้นเครื่องสองต่อ ตอนนั้นฉันแทบร้องไห้ ฉันได้แต่คิดว่าแล้วฉันจะทำยังไงดีในเมื่อฉันไม่เคยขึ้นเครื่องเลย แล้วฉันจะไปลงเครื่องที่ไหน แล้วฉันจะไปต่อเครื่องยังไงในเมื่อฉันไม่เคยไปต่างประเทศ แล้วที่สำคัญ ฉันเดินทางไปทำงานคนเดียว ฉันไม่รู้จะมำยังดีแต่ฉันก็ตัดสินใจไปต่อ แต่แล้วโชคก็เข้าข้างฉัน เดินไปลงเครื่องที่ สนามบิน อียิป และได้พบกับหญิงไทยคนหนึ่ง ครั้งแรกฉันก็ไม่แน่ใจว่าเธอเป็นคนไทยหรือเปล่าฉันจึงเดินไปถามหญิงคนนั้น ว่า ขอโทษค่ะคุณใช่คนไทยรึเปล่าค่ะ และคำตอบที่ฉันได้รับมันทำให้ฉันยิ้มออก เมื่อหญิงคนนั้นฉันว่า ใช่ค่ะคนไทยค่ะ ฉันดีใจมาก แล้วเธอก็ถามว่าฉันจะไปที่ไหน ฉันก็ตอบเธอว่าฉันจะไปสนามบิน บูดาเปส ค่ะ แต่ว่าฉันไม่รู้ว่าฉันจะต้องไปต่อเครื่องยังไงและไปมี่ไหน เธอจึงขอดูตั๋วเครื่องบินของฉัน แล้วเธิก็บอกฉันว่า เราขึ้นเครื่องลำเดียวกันค่ะ ตอนนั้นฮันดีใจสุดๆเลยโชคเข้าข้างฉันจริงๆ อละตอนนั้นฉันมีเงิน ที่แลกจากสนามบินไทยมา ฉันมีเงินติดตัวมาแค่ 50 us ฉันไม่รู้ว่า มันจะใช้ซื้อของที่ อียิป ได้รึเปล่า และฉันก็ถามหญิงคนนั้นว่าเงินที่ฉันมันสามารถซื้อของที่ประเทศ อียิป ได้ไหมค่ะ แล้วหญิงคนนั้นก็หัวเราะ แล้วถามฉันว่า ฉันเพิ่งมาเมืองนอกครั้งแรกใช่ไหม ฉันก็ตอบว่าค่ะ

หญิงคนนั้นเธอจึงถามฉันต่อว่า ฉันมีเงินติดตัวมาเท่าไหร ฉันจึงตอบเธอไปว่าฉันมีอยู่ 50 us ค่ะ มีเงินแค่ 50 us ทำไมถึงกล้ามาเมืองนอกคนเดียว ฉันจึงตอบไปว่าฉันไม่รู้ค่ะ รู้แต่ว่าฉันอยากมาทำงานเลี้ยงลูกค่ะ แล้วเธอก็หัวเราะอีก แล้วเธอก็ชวนฉันไปร้านกาแฟ แล้วเธอก็สั่งกาแฟมาสองแก้ว ให้ฉันแก้วหนึ่งและเธอ แก้วหนึ่ง เรานั่งรอเปลี่ยนเครื่อง อยู่ที่สนามบิน อียิป 5 ชม. ในขณะที่นั่งรอ เราจึงคุยกันหลายเรื่องแล้วฉันก็ถามหญิงคนนั้นว่า ไปทำงานอะไรหรือค่ะ เธอตอบฉันว่าไม่ได้ไปทำงานค่ะ ไปหาแฟน เธอมีแฟนอยู่ ฟิลแลนด์ เธอบอกว่าไปกลับแบบนี้บ่อยๆค่ะ แล้วเธอก็เลี้ยงกาแฟฉันค่ะ ฉันจึงกล่าวขอบคุณ แล้วเราก็ได้เวลาไปขึ้นเครื่อง เธอจึงบอกให้ฉัรเดินตามเธอขึ้นเครื่อง แล้วเธอก็พาฉันไปส่งที่เบาะนั่งของฉัน แล้วเธอจึงไปที่นั่งของเธอ

K2

พอเรานั่งเครื่องถึงสนามบิน บูดาเปส เธอก็มาส่งฉันที่ประตู ทางออกสนามบิน และในมือก็มีกระดาษใบหนึ่งที่นายหน้าให้ไว้ก่อนขึ้นเครื่อง มันเป็นรูปภาพเสาธง ที่เจ้านายส่ง Emailไปให้ว่าฉันต้องไปรอเขาที่จุดนี้ เขาบอกฉันว่า ให้ฉันไปรอที่หร้าเสาธงหน้าสนามบิน เจ้านายจะมารับฉันประมาน 16:30 น. แต่ฉันไปถึงสนามบิน บูดาเปส 13:00 น. ฉันยืนรอเจ้านาย อยู่ประมาน สามชั่วโมงครึ่งโดยที่ฉัรไม่รู้มาก่อนเลยว่า อากาศ ที่นั้นมันหนาวเย็นมาก และเสื้อผ้าที่ฉันมีไปจากไทย ก็เป็นเสื้อเชิต แขนยาวธรรมดา ฉันมีเสื้อแขนยาวไปห้าตัว กางเกงยีนส์สอง กางเกงใส่นอนอีกสองตัว

ฉันหนาวมากจนต้องรื้อกระเป๋า เอาเสื้อผ้าที่มีอยู่มาใส่เกือบหมดประทังคนาวในขณะที่ฉันรอเจ้านายมารับฉันหนาวแทบจะแข็งตายอยู่หน้าสนามบิน

แต่ก็ยังไม่มีวี่แว ว่าเจ้านายจะมารับฉัน และที่สำคัญฉันยังไม่เคยเห็นหน้าเจ้านายเลย ฉันยืนรออย่างทรมาน ในใจอยากจะร้องไห้ แต่ก็ไม่กล้า อายฝรั่งที่เดินผ่านไปผ่านมา ฉันรอเจ้านายว่าเมื่อไหรเขาจะมารับฉันแต่ก็เงียบเหมือนเดิม พอฉันรอได้ประมานเกือบสี่ชั่วโมง ก็มีฝรั่งคนหนึ่งถือกระดาษใบหนึ่งเดินเข้ามาหาฉัน แล้วถามฉันว่าคุณใช่ผู้หญิงในรูป นี้ไหม มันคือหน้าพาสปอตที่ถ่ายเอกของฉัน ฉันจึงยิ้มและตอบว่า ใช่ค่ะ แล้วชายคนนั้นก็บอกกับฉัน เจ้านายของคุณให้ผมมารับเจ้านายของคุณไม่ว่าง ขอโทษด้วย

ชายคนนั้นพูดเท่านี้ เขาก็ยกกระเป๋าของฉันขึ้นรถ แล้วถามฉันว่า คุณมีกระเป๋าใบเดียวแค่นี้ใช่ไหม ฉันว่าใช่ค่ะ

k4

แล้วเขาก็จับรถไปส่งฉันที่ โคชิเซ ใช้เวลานั่งรถเกือบสามชั่วโมง ฉันต้องทนนั่งต่ออีกเกือบสามชั่วโมง แล้วชายขัยรถคนนั้นก็มาส่งฉันไว้ที่ หน้าห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง แล้วให้ฉันยืนรอต่ออีกประมาน 15 นาทีเพื่อรอเจ้านาย ตอนนั้น ฉันรู้ไม่ดีมากๆ ฉัน ทั้งหนาว ทั้งหิว ทั้งกลัว ทุกอย่างมันรวมกันไปหมด ฉันคิดอยู่อย่างเดียวว่าอยากกลับบ้าน แต่ฉันจะกลับยังไงล้ะ ในเมื่อตอนนี้ฉันอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ และที่สำคัญ ฉันอยู่ต่างประเทศ ฉันคิดว่าถ้าเจ้านายหาฉันไม่เจอฉันจะทำยังไง เวลานั้นฉันอยากจะกลับบ้านมากที่สุด ฉันคิดถึงพ่อ คึดถึงแม่ คิดถึงลูกๆ ว่าฉันไม่ได่กลับไปฉันจะทำยังไงดี ฉันยืนร้องไห้อยู่ในใจ สักพักเจ้านายก็มารับ และเขาก็ พูด สั้นๆว่า I am sorry, Welcome to slovakia. แค่นี้ ฉันก็อึ้งและทำอะไรไม่ถูก ฉันจึงตอบไปคำเดียวว่า Thank you. มันเป็นครั้งแรกของการรอคอยที่ทรมานที่สุดสำหรับฉันตอนนั้น วันแรกที่มาเหยีบเมืองนอก มันก็รู้สึกขนาดนี้แล้ว

แต่ฉันก็พยายามลืมทุกอย่าง และคิดอย่างเดียวว่าผ่านไปฉันต้องลืมมัน แต่พอมาถึงที่พักฉันก็รู้สึกดีขึ้น เมื่อมาเจอคนไทยด้วยกัน พี่ๆทั้งสองคนยิ้มต้อนรับด้วยความเป็นมิตร พวกเขาหายาและอาหารมาให้ฉันกินพร้อมกับน้ำอุ่น และก็บอกกับฉันว่าให้กินจ้าวและก็กินยาซะ เพราะเขารู้ว่าพรุ่งนี้ฉันต้องเป็นไข้แน้ ส่วนเจ้านายที่รักของฉัน เขาพาฉันมาส่งที่ห้องพักให้อยู่กับพี่ๆ แล้วเขากลับไปไม่พูดอะไรเลย

แล้วพอเช้าวันรุ่งขึ้นเจ้านายก็มาที่ shop อย่าพึ่งทำงานให้รอใบ เวิคเปอมิต ประมานหนึ่งเดือนก่อนแล้วจึงจะทำงานได้เต็มตัว แต่ในขณะที่รอใบ เวิค เขาก็ให้เทสมือประมาน 30คน โดยที่ลูกค้าที่มา เทส มือกับฉันก็มีลูกค้าที่มานวดที่ Shop ตลอดและเจ้านายก็คิดเงินในราคาปกติ แต่เจ้านายบอกว่าลูกที่มา เทส จะไม่ได้รับเงิน โอเค ตอนนั้นฉันไม่ได้คิดอะไรเพราะฉันคิด ลูก ค้าที่ฉันนวดไป 30 คนฉันจะไม่ได้5% แต่มันกลับไม่ใช่แบบนั้

k5

พอถึงวันเงินเดือนออกเดือนแรก ฉันกลับไม่ได้เงินเดือนเลย เพราะเจ้านายนายบอกว่าเดือนแรกฉันยังไม่ได้ทำงานมันเป็น เพียงการเทสมือเท่านั้น พอฉันได้ยินแบบนั้นฉันก็ยืนตัวแข็งอึ้ง ทำอะไรไม่ถูก ฉันยืนนิ่งสักพัก ก็ตั้งสติได้ แล้วฉันก็ถามเจ้านายถึงข้อตกลงที่เราคุยกันก่อนที่ฉันจะเดินทางมา ฉันเขาว่าคุณคุยกับฉันว่า ฉันจะได้เงินเดือน เดือนละ 750 us + 5 % + อาหารสามมื้อใช่ไหม เขาตอบว่าใช่ แต่นี้คือกรณีที่ฉันได้ทำงานแล้วเท่านั้น

ฉันจึงถามเจาต่อว่า แล้วที่ฉันนวดไป 30 คนล่ะ เขาบอกว่าคนพวกนั้นเป็รเพียงแค่ลูกค้า เทส มือ ของฉันเท่านั้น ฉันจึงถามเจาต่อว่า แล้วทำไม่คุณถึงไม่ฉันล่วงหน้าก็ที่ฉันจะเดินทางมาทำงานกับคุณ ว่าเดือนแรกฉันจะไม่ได้ค่าจ้าง แล้วเจ้านายของฉันเขาก็เงียบไป แล้วฉันก็ถามเขาต่อว่า แล้วคุณ คิดว่าฉันจะกินจะอยู่อย่างไรถ้าคุณ ไม่จ่ายค่าจ้างให้กับฉัน แล้วครอบครัวทางบ้านของฉันจะกินจะอยู่อย่างไรถ้าฉันไม่ได้ส่งเงินให้กับพวกเขา

แล้วเจ้านายของฉันเขาก็นับเงิน แล้วก็ยื่นมาให้ฉัน 70 us ฉันรู้สึกผิดหวังเสียใจมาก ฉันยืนนิ่งเงียบไปแบบนึง แล้วก็หยิบจากมือเจ้านายมา ฉันพูดคำเดียวขอบคุณ แล้วก็เดินออกจากห้องทำงานของเขามา ในใจคิดว่านี่ใช่ไหมคือสิ่งที่ฉันได้รับตอบแทนมา แบบนี้มันหลอกกันชัดๆ แล้วครอบครัวของฉันล่ะ ครอบครัวที่รอฉันอยู่ เขาจะทำยังไง ในเมื่อเดือนแรกที่ฉันมาทำงานที่ต่างประเทศ แต่กลับไม่มีเงินส่งให้ลูกๆและพ่อแม่เลยสักบาท

หลังจากกลับมาถึงห้องพักฉันก็ถามกับพี่ๆคนเก่าว่าเขาโดนแบบฉันบ้างไหม เขาบอกว่าเป็นแบบนี้ทุกคนแต่ไม่ถึงขนาดฉัน เพราะพี่ๆเขามาพร้อมกันทีเดียวสามคนเลย เจ้านายเลยไม่กล้าเล่นแรงขนาดนั้น เขาบอกเดือนแรกเขาได้กันคนละ 250 us แต่เขาพูดภาอังกฤษ ไม่เขาก็เลยยอมๆไปก่อน แต่ว่าเขาได้เทส มือ กันแค่ 8-9 คนเพราะช่วงนั้นลูกค้าไม่เยอะแล้วฉันก็ถามเรื่องอาหารฟรีสามมื้อ พี่ๆเขาก็บอกว่า ไม่มีหรอก เขาซื้อกินเองกันทั้งนั้น ตอนนั้นฉันก็รู้ถอดใจแล้ว คิอยากจะกลับก็กลับไม่ได้ ต้องทนอยู่ต่อไปจนกว่าจะครบสัญญา

K1

และฉันก็คิดว่าฉันจะอยู่ยังไงด้วยเงิน 70 us ให้ได้ทั้งเดือน ตอนที่อยู่หนึ่งถึงสองเดือนแรกฉันอยู่อย่าง ลำบากมาก คิดทุกวันว่าจะทำยังดีถึงจะมีเงินส่งทางบ้าน แต่โชคยังดีที่พี่ๆที่นี้เขาใจแบ่งปันทั้งเสื้อผ้าอาหาร เพราะเขาว่าเขารู้ว่ามันลำบากแค่ไหน เพราะเจอมาก่อนเขาเข้าใจ

พอเดือนที่สองเงินเดือนออก ฉันก็ได้เงินเดือน 300 us ฉันจึงถามเจ้านายว่าทำไมเดือนนี้ฉันทำงานเต็มที่แล้วยังได้เงินเดือนเท่านี้ เขาก็บอกว่า หักค่านู้นนี้นั้น ฉันจึงเบื่อที่จะพูดเพราะถึงพูดไปเจ้านายของฉันเขาก็หาข้ออ้างได้ตลอด ฉันจึงไม่ถามต่ออีก และก็รอดูเดือนถัดไปพอได้เดือนสาม ฉันก็เงินเดือน 500 us แล้วก็ถูกย้ายไปประจำแทนคนเก่าที่เขากลับบ้าน และก็ได้เงินเดือน 500 us แบบนั้นทุกๆ จนกลับบ้านค่ะ

แล้วคุณจะคิดว่าเจ้านายของฉันเขาเป็นคนแบบไหนค่ะ แต่มันก็สอนให้ฉันได้เรียนรู้หลายอย่างกับการใช้ชีวิตในต่างประเทศ

ค่าครองชีพที่สโลวาเกียเป็นอย่างไร อะไรที่คุณคิดว่ามันแพงเกินไป (3 things) และอะไรที่คุณคิดว่ามันมีคุณค่าเหมาะสมกับราคา (3 things)

สำหรับฉันคิดว่าเรื่องึ่าครองชีพ ก็มีแพงบ้างถูกบ้างเป็นบางอย่างค่ะ

สิ่งที่ฉันคิดว่าแพงก็คือ 1. เสื้อผ้า 2. น้ำหอม 3. รองเท่าและ กระเป๋า

 และสิ่งที่ฉันคิดว่ามันถูกและเหมาะสมกับราคา ก็คือ

1. อาหาร ผัก ผลไม้ และของสด เช่น หมู ไก่ 2. เครื่องดื่ม เช่น เหล้า เบียร์ น้ำอัดลม และ นมสด

h

บอกข้อดี 3 ข้อของการใช้ชีวิตอยู่ในสโลวาเกีย ตามความคิดเห็นของคุณ – บอกข้อเสีย 3 ข้อของการใช้ชีวิตอยู่ใน สโลวาเกีย

อากาศ ที่สโลวาเกีย อากาศดี สิ่งแวดล้อมแล้ว วิวทิวทัศก็สวยงามโดยเฉพาะ ช่วงที่มี หิมะ ตกค่ะ

ต่อนะค่ะ ส่วน ข้อดีสำหรับฉันก็มีค่ะ ข้อดีของการไปต่างประเทศสำหรับฉันก็คือ ฉันได้มีประสบการณ์ใหม่ ได้เรียนรู้ในสิ่งที่ไม่เคยเรียนรู้ ได้มีโอกาศไปสำผัส หิมะ และ ธรรมชาติที่สวยงามในต่างแดน ได้พบปะผู้คนมากหน้าหลายตา ได้เรียนรู้ ถึงรสชาติของในการไปอยู่ต่างประเทศ ได้พบเจอเพื่อนที่ดีๆและทำให้ได้รู้ซึ้งถึงมิตรภาพที่แท้จริง และที่สำคัญฉันได้มาสำผัสเมืองนอกจริง

ข้อเสียก็คือการไปโดยไม่ศึกษาให้ดีก่อนล่วงหน้า คิดแต่ว่ามีโอกาด และ คิดแต่เพียงว่า อยากจะไปให้ไกลเพื่อหนี
ปัญหา โดยไม่ได้คิดไว้ก่อนเลยส่าหนทางข้างหน้าจะไปเจอกับอะไรบ้างอน่างเช่นฉันอะ
เพื่อนๆคนไทยที่ทำงานด้วยกันล้วนแล้วแต่นิสัยดีช้วยเหลือซึ่งกันและกันแบ่งปัน และ ดูแลกันแม้จะไม่เคยรู้จักกัน
มาก่อน แต่ทุกๆคนที่นี้ก็เข้าใจกันและช้วยเหลือกันเสมอ เพราะทุกคนต่างก็รู้ถึงความลำบากของกันและกันค่ะ และ
ที่สำคัญถ้าฉันไม่ได้มาพบพวกพี่ๆที่อยู่ที่นี้ ฉันก็คงจะลำบากและคงจะทำอะไรไม่ถูกเลยถ้าฉันไม่ได้รับคำแนะนำดี
จากพวกพี่เหล่านี้ ค่ะและสิ่งนี้ก็คือสิ่งที่ฉันว่าดีอีกข้อหนึ่งสำหรับการมาอยู่ที่ สโลวาเกียค่ะ
ไรคือปัญหาเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างคนไทยและคนสโลวาเกีย

เรื่องปัญหาระหว่างฉันกับชาว สโลวาเกีย ก็น่าจะเป็นทางด้านภาษา ในการสื่อสารค่ะ เพราะลูกค้าหรือผู้คนที่นี้ ก็มีผู้สูงอายุมากพอสมควร และส่วนใหญ่ผู้สูงอายุจะไม่ค่อยเข้าใจในการใช้ภาษามือ หรือ การใช้ภาษา อังกฤษ ค่ะ มันจึงเป็นปัญหาระหว่างเราค่ะ

k

 ผู้หญิงไทยบางคนคิดว่าการย้ายมาอยู่ในยุโรปจะทำให้มีชีวิตที่ดีขึ้น คุณมีคำแนะนำที่จะบอกผู้หญิงไทยที่คิดแบบนี้อย่างไร และคุณมีคำแนะนำอะไรที่จะแนะนำให้พวกเขาต้องระมัดระวังบ้างไหม และคุณช่วยบอกผมมาสัก 3 ข้อสิครับว่าอะไรที่พวกเขาควรจะคิดให้ดีก่อนที่จะตัดสินใจย้ายถิ่นฐานมาอยู่ยังต่างประเทศ

สำหรับฉันคิกว่าก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียค่ะ อย่างเช่นกรณีของฉันก็เช่นกันที่มีทั้งข้อดีและข้อเสีย

ข้อเสียก็คือการไปโดยไม่ศึกษาให้ดีก่อนล่วงหน้า คิดแต่ว่ามีโอกาด และ คิดแต่เพียงว่า อยากจะไปให้ไกลเพื่อหนี
ปัญหา โดยไม่ได้คิดไว้ก่อนเลยส่าหนทางข้างหน้าจะไปเจอกับอะไรบ้างอน่างเช่นฉัน

แต่สำหรับหญิงอื่นที่ ต้องการใช้ชีวิตหรือย้ายถิ่นฐาน ไปอยู่ที่ต่างประเทศ เขาก็อาจจะมีหลายเหตุผล และส่วนใหญ่ที่ย้ายไปอยู่ประเทศ ก็มีแฟนเป็นชาวต่างชาติเป็นส่วนใหญ่นะค่ะ แต่ถ้าคนทำอย่างฉันและเพื่อนๆ ก็คงจะมีโอกาสน้อยที่จะได้มีโอกาสได้ย้ายไปอยู่ต่างประเทศค่ะ แต่หลายๆคนก็ใผ่ฝันจะได้ไปอยู่ต่างประเทศทั้งนั้น แม้กระทั้งฉันเองก็คิดอยากจะมีแฟนต่างชาติเช่นกันค่ะ แต่คงจะไม่มีโอกาสดีเหมือนคนอื่นเขาหรอกค่ะ

และสำหรับคำแนะนำฉันคงจะไม่มีหรอค่ะ ฉันต้องขอโทษด้วยนะค่ะสำหรับคำแนะนำ เพราะฉันคงไม่มีประสบการณ์มากพอที่จะสามารถแนะนำให้สาวๆคนอื่นได้นะค่ะ

Posted in Thais living abroad. Tags: , . Comments Off on จากบุรีรัมย์สู่ประเทศสโลวาเกีย

From Buriram Thailand to Košice Slovakia

From Buriram Thailand to Košice Slovakia

This time a very poignant story of Khun Kung Thanaphon and her move from Buriram Thailand to become a masseur in Kosice in Slovakia.

Some very tough times and a big culture shock lay in store for Kung but still she managed to return to Thailand with more positives than negatives.

Another brilliantly written story by Trevor Bide of Engaging Thailand. For those who are native Thais this blog is also available in Thai language via the blog site.

http://thelifedesigndetective.com/from-buriramthailand-to-kosice-slovakia/

Khun Kung from Buriram Thailand

Khun Kung from Buriram Thailand

This post continues with the theme of Thai people who have made the move from Thailand to live in other countries around the world. Interview one  came from Venice in Italy. Interview two came from Sarajevo, Bosnia and Herzegovina , interview three from London, England, interview four from Toulouse, France, interview five from New York, USA and interview six from Baden, Switzerland.

Interview Seven comes from Košice in Slovakia.

My fascination with the interviews comes from a combination of three sources; culture, personality and experiences. My objective, with the help of my guests, is to gain insights into essentially some of the cultural differences and their stories.

After falling on times of disappointment, Kung decided to look for fresh challenges in both career and location. She managed to accomplish both and tells us all about her trials and tribulations in From Buriram, Thailand to Košice, Slovakia.

1

Introducing Khun Kung Thanaphon

ALL PHOTOGRAPHS COURTESY OF KHUN KUNG

Could you tell us a bit about your upbringing in Thailand, where you lived in Slovakia and what took you there?

I am from Buriram in the north-east of Thailand and I was born in Buriram. As a family growing up we did okay. My parents are not rich, but they are not poor either. They worked in both the construction and the rice farming business.

I got the urge to go abroad, because I had a family problem that caused me great stress and unhappiness. My husband was seeing another woman and we parted. I spent a long time thinking about and reflecting on what had happened and needed a new challenge in my life so that I could move on. My friend then introduced me to the world of massage and I went to a school to study.

What do you do for a living in Slovakia?

I threw myself in to the studying of massage until I graduated. On completion of graduation the school then sent me to work at a posting in Slovakia,

To begin with I was situated in Košice, but after 3 months the boss transferred me to Poprad. I was transferred there because another employee’s contract had expired and I was sent there instead.

Did you enjoy your work? Were your customers all easy-going or were some fussy? 

Some of the customers are really good and kind, but there are a minority who think they have the right to molest you. Fortunately, there are only a minority that are like this. It’s quite often that they have visited Thailand in the past. By that I mean that perhaps they met a masseuse that performed other activities outside of therapeutic massage. However, they have to know that certainly not all masseuse’s provide services like that. I certainly made sure they understood this even with a language barrier.

What are your passions, what do you love to do in your free time?

I love the snow. At the weekends and during other free time I enjoy going on walks and taking photographs. I particularly enjoy taking photographs when snow is all around. It makes everything so beautiful.

K3

Do you speak Slovakian? Is the language and communication a problem?

The Slovakian language is lovely, but it’s really difficult to understand. On arrival I made a concerted effort to study the language. It’s really difficult and overwhelming to learn the language to any degree in such a short time. I decided to learn the necessary and specific words that are used frequently. I put together my vocabulary of frequently used words and learnt them as quickly as I could.

How difficult was it adjusting to Slovakian life and culture? What were the most difficult things to adjust to? 

Certainly, language is a problem and the Slovakian people did not understand English either. I could get by in English, but unfortunately this was not really an avenue that was open to me. There are more ways to communicate than just by speaking. There was of course getting used to the Slovakian people and the cold. However, my initial culture shocks were mostly to do with using the bathroom.

I was shocked and horrified on my first visit to the bathroom on my first day in Slovakia. I couldn’t believe that there was no bidet in foreign lands to clean your private parts with. I was not sure what you were supposed to do. If it was to be the use of tissue then where is the trash bin to throw away the tissue? I was horrified. It was certainly different to Thailand and the first visit to the bathroom, did not feel me with confidence. I found out that you are able to throw the tissue paper straight down the toilet – I didn’t know……laughter. After this initial episode I didn’t have any problems with adjustment. Everybody was so kind and friendly, except for the boss.

k7

Are there many other Thai nationals that you know living in your area and have they all settled in to Slovakian life?

Where I stayed there were no more than 20 Thai people living and most of them worked as a masseuse. There were only 3 ladies living here who were actually married to Slovakians. The one thing in common that we all had was the objective to work and look after our families. Each month we would all live very economically in order that we could send money back to our families in Thailand. We were very cautious and frugal in our day-to-day living.

What are the Slovakian people like? 

The people here are of good disposition and friendly. Everybody’s nice here, both women and men, but a few of the customers that come into the shop have other intentions outside of a massage. Occasionally, you get the men customers who think they have the right to molest us. You have to make things very clear to them from the start. Fortunately, it’s only a minority that are like this.

You said earlier that everyone was kind and friendly, except your boss. What did you mean? 

Okay, I will tell you my story from the beginning

K2

With regards to my boss, well he’s very crafty. I probably should start at the beginning. My initial interviews for the position were carried out on the telephone by an agent. The agent was the person organising my arrival to Slovakia. However, my final telephone call was with both the agent and the boss.This was in order to conclude my working contract.

My boss proposed to pay me 750 U.S Dollars per month, approximately plus 5 % commission, accommodation and three meals per day inclusive. It worked out that I would then probably have a good amount per month to send home. The offer sounded good.

I needed to look after my family. I weighed up everything before making my final decision. I thought about my own relationship break up and how I was now alone. How would I support my two children here? I wanted to give them a life of suitable quality and I wanted to look after my parents. It was not much of a decision to make in the end and I accepted the position. My boss told me that he would be there to pick me up on arrival at the airport in Budapest.

When the day arrived to fly, the agent telephoned to tell me that I would be making  connecting flights and not flying direct. At that stage I almost cried.

k5

I thought, oh my God, how will I complete this successfully when I’ve never even flown before. Furthermore, where was I connecting to and from. Oh my God, I am travelling alone as well. I didn’t have a clue if I could get through this, but decided to continue. However though, all of a sudden, fortune smiled on me.

As I was walking off the plane at Cairo airport in Egypt, I happened to spot a lady that looked Thai. At first, I wasn’t sure if she was Thai or not, but then I asked her. When she replied that she was Thai I remember just feeling so happy. She asked me where I was going to and I said that I was going to Budapest. I added also that I didn’t have a clue as to what to do or where to go in order to get there. The lady said that she would look at my ticket. Her answer made me even more happy as she said, don’t worry as we are on the same flight to Budapest. Luck had touched me once again, I thought.

I asked her if I could use U.S dollars here at the airport in Cairo to get something to drink and she laughed. She said, is this your first time abroad or something. Yes, I said, it is. She then asked me as to how much money I had altogether. I told her that I had 50 U.S Dollars. You only have 50 U.S Dollars altogether. Why did you even dare travel overseas on your own and with just 50 U.S Dollars. I said that I was here to work and take care of my children.

The lady took me to the coffee shop at the airport in Cairo and bought me a cup of coffee. We waited 5 hours for our connecting flight to Budapest. I asked her if she had come to work as well. She said that she was meeting her boyfriend in Finland and that she often did this trip.

h

When it was time to board the flight to Budapest, the lady showed me to my seat on the flight and then went to her own seat. On arrival in Budapest the lady helped me out further. In my e-mail from my boss, it said I was to meet him at the front of the airport by a flagpole. He had included a photo of the precise meeting point. The lady helped me find the meeting point and we wished each other well and said our goodbye’s.

Now there was a new problem. The boss said in the e-mail that he would meet me at the meeting point at 16.30, but it was now 13.00. I had 3.5 hours to wait. Furthermore, it was absolutely bloody freezing. I really didn’t think that the weather would be this cold. I was wearing just a normal long sleeve shirt. In total I had only brought with me about five long sleeve shirts, two pairs of jeans and a couple of night shirts. I was so cold that in the end I emptied out my entire clothes in my bag and almost put the lot on.

Having put almost all the clothes on, I was still bloody freezing. It would be likely that by the time the boss gets here, I would have just turned into a huge block of ice. There was still no trace of my boss and I had no idea what he looked like either. I just continued to suffer in the cold. In my heart I just wanted to cry, but I didn’t dare. It would have been completely embarrassing with all the people passing to and fro in front of me. I had now waited for the boss for 4 hours.

Just as I was losing the will to live a man came up to me and asked me if I was the lady in this photo. He was holding a photocopy of my passport photo. I smiled and told him that I was. The man said, he had been sent to collect me as the boss is not free and sends his apologies. The man picked up my bag and put it into the car. He said, is that all the luggage you have? Yes, I said. He then set off on the drive to Košice which took a further 3 hours.

k6

On arrival in Košice, I was dropped off at the front of a department store and told that the boss would be here in 15 minutes to collect me. The man gave me my bag from the car and here I was again, back out in the cold. This is the point where I knew that this situation was not good. I was tired, I was freezing cold, I was really hungry and I was afraid. I was once again waiting for the boss to arrive. I thought to myself ” is there really a boss.”

The whole affair was turning into a nightmare. Deep in my heart I yearned to go home, I wanted to return to Thailand. That was a joke though. How the hell could I get back to Thailand. My tired mind was in full negative operation and in overdrive. Here I am alone, outside a department store, in the freezing cold and in a foreign country. I wondered what I would do if the boss did not turn up, I know nothing here and nobody. I wanted to go home. I miss my Dad, I miss my mum and I miss my children. However, I cannot go home, oh what can I do. I stood and just waited, but inside my heart, I am crying.

Shortly after, the boss arrived to collect me. All he said was sorry and welcome to Slovakia… that was it. All I replied with was thank you. I don’t think I have ever suffered so much as I did on that first day overseas. However though, I knew I had to put my experience behind me. I had to try to forget everything. When I arrived at my accommodation the boss just showed me to my room and left without saying anything. In the room I met fellow Thai people who worked there, I began to feel much better. My fellow Thais welcomed me with a smile and friendship. They gave me medicine, food and a hot drink. They were worried that come the next day I would surely have a fever. I was grateful for this kindness and now in need of rest. It had been a long journey in more ways than one.

The next day, the boss came to the shop and told me not to be so hasty to start as I needed to have a test a trial period first. He said, I would need the initial period to massage 30 customers that come into the shop to test out my massage skill. He told me that the money per month would be the same, but I would not receive payment for the trial period of the 30 customers. I didn’t think too much about this, just that I wouldn’t be getting the 5% commission on the trial period customers. However, it didn’t end up like that.

I

At the end of the month, I didn’t actually get paid at all. The boss said that the first month was only a trial period. When I heard this, I was dumbfounded, raging inside with anger, but I calmed myself before responding. What happened to the agreement that we had in place before I travelled here….. Remember, I said. You told me that I would be paid 750 U.S Dollars per month, plus 5% commission and 3 meals per day inclusive. Yes, he replied, but this is for the trial period only. So not only am I not to get commission on the 30 customers involved in my skill test, I am not to be paid at all. Yes, he said. This is the testing period. So why did you not inform me that I wouldn’t be paid for the first month that I worked? Then he went quiet.

I was still very angry, but I had control of my anger and went at him again. How do you think I can live if you don’t pay me? How do you think that my children can eat and survive, if I don’t send money to them. Then my boss stretched out his arm and handed me 70 U.S Dollars. I felt very disappointed and very sad. I stood there motionless, quiet and just snatched it from his hand and replying only thank you. On that note I then walked straight out of his office.

As I walked out of his office I thought to myself, is that my reward for one months hard work? This is treacherous. What will my family do? At the end of my first month working abroad, I don’t have any money to send to my children and my parents at all.

On returning to my room I asked my Thai colleagues and now friends if they had encountered a similar situation. They told me that they all encountered the same problem, but not to the extent that I had. They said that they arrived together, but that I had arrived alone. They said that the boss didn’t dare to try to deceive all three of them at the same time. The boss had informed them that during the first month, they would receive only 250 U.S Dollars and would have a skill test on 8 or 9 customers. They said, at the point of their arrival it was not as busy as it was nowadays. I said and what about the three free meals that were to be included? They said, no chance – certainly not, we buy all the food entirely ourselves. At this point I became totally disheartened. I wanted to go home, but I couldn’t until the contract ended.

I wondered how the hell I was going to survive for the month on 70 U.S dollars – very difficult. All the time my mind was trying to figure out ways to send money back home. I was lucky though as my Thai colleagues were so kind-hearted. They shared everything with me like clothes, food and medicine. They had been through it all before and understood hard times.

At the end of the second month I hurried hastily to collect my wages, only to be disheartened once again. This time I received 300 U.S Dollars. I then asked the boss, why when I had worked the complete month did I only receive just 300 U.S Dollars. He said there were various employment based deductions that I hadn’t taken into account. I got totally fed up speaking to him and refused to continue with the pointless conversation. He always found an excuse. By the end of the third month I received 500 U.S Dollars for the month and was told I would be transferring to a shop in another city. I was to replace a lady who was finishing her contract and heading back to Thailand. From then on, I received 500 U.S Dollars every month until my contract ended and I returned to Thailand.

I ask the question though, what sort of person was my boss? However, the experience taught me a few lessons. There’s absolutely no doubt about that.

K1

What is the cost of living like in Slovakia? What are the expensive things and what are the things of value? 

I think the expensive things are…..

Clothes, perfume plus shoes and bags

The things of value are….

Food such as vegetables, fruit and fresh products like pork & chicken.

Drink – Spirits, beer, soft drinks and fresh milk.

Could you give me 3 things that were great about living in Slovakia and 3 things that were not so great? 

The things that were great…

1) Weather: The weather is great in Slovakia, the surrounding views and scenery is astoundingly beautiful. This is especially true in the period of snow fall. It’s stunning.

2) People: The people are mostly of good character, nice and friendly.

3) Thai Friends: The Thai people who I worked with that became my friends, they were so good. They helped me, they shared with me and we took care of each other. Although we never knew each other before, we all helped take care of each other. Most importantly, if I hadn’t got to meet them here, I would not know what I’d have done. It would have been a far harder time without their advice and help. I think this was the best of all….. companionship.

k4

The worst problem is probably language and communication with the customers and the people of Slovakia. It’s even more of a problem with older people as they neither understood English or hand language. I got by though with the language thing, but I can’t say it wasn’t difficult as it was.

What do you feel were the benefits of your time spent in Slovakia and do you have any regrets?

The Benefits

The benefits far outweighed the regrets. I got to have new experiences. I got to learn new things. I got the opportunity to touch snow and view the beautiful scenery from overseas. I got to meet lots of new people and I got to make some really good friends that I wouldn’t have otherwise known. I found genuine kindness and friendliness in these people. Most importantly though, I got to experience genuine travel overseas.

Regrets

I made the mistake of not really doing my homework in advance. I didn’t really prepare enough. I thought only about getting as far away from my problems as possible and to earn money to support my children. It never really dawned on me that problems could occur there as well.

Can you offer any advice to other Thai women hoping to live or spend time abroad?

There will certainly be several different reasons for other Thai women that want to spend life overseas or move abroad for a period of time. The majority move abroad to be with their foreign husbands etc. However, if they take the route that I did then it’s probably a smaller window of opportunity. The dream can certainly still be achieved though.

Regarding giving advice, I feel I’m probably not the best person to give it. I probably don’t have enough experience in order to give advice to other Thai women.

Trevor: You have already given a book’s worth of advice Kung, absolutely brilliant. Kung completed her contract and said goodbye to Slovakia and some dear friends. The friends of course are friends forever though. 

k

Summary

It started as an interview, but Kung said, hey, let me tell you my story and took centre stage. I can’t add a lot to this. I was totally engrossed in the story from start to finish. Kung took us through her emotional roller coaster ride from beginning to end. She fronted up to all the challenges and met them head on. By christ did she have enough challenges to deal with as well. The cold, the language, money disputes, survival with the value of looking after the family in Thailand never far below the surface. She had times of fear and times of disappointment, but still she met it all head on. Mostly though she found friendliness, human kindness and adventure in a foreign land. These experiences certainly make you a stronger person. An enthralling account.

 

 

Posted in Thais living abroad. Tags: , , . Comments Off on From Buriram Thailand to Košice Slovakia

Thais Abroad: From Udon Thani, Thailand to Toulouse, France

Thais Abroad: From Udon Thani, Thailand to Toulouse, France

We ask Rose about her experiences & thoughts on life in France

Another fantastic guest blog by Trevor Bide from Engaging Thailand. Loads more articles on this link

THAIS ABROAD

This post continues with the theme of Thais Abroad, Thai people who have made the move from Thailand to live in other countries around the world. Interview one came from Venice in Italy. Interview two came from Sarajevo, Bosnia and Herzegovina and interview three was from London, England.

Interview four comes from Toulouse in the south of France.

My fascination in the interviews comes from a combination of three sources; culture, personality and experiences. My objective, with the help of my guests, is to gain insights into essentially some of the cultural differences and their stories.

Introduction of Today’s Guest

Today’s guest was born in Korat, but raised in Udon Thani in the north-east of Thailand. At the age of 14 she moved with her parents to start a new life in France. A lady who gives frank opinions and can’t live without music.

Introducing Miss Rose Kwlr

rose 8

What first took you to France?

(Rose) I grew up here really as I have been here since childhood. I came here with my mother and father at 14 years of age. My father was a Colonel in the French army and he returned to retire in France.

In fact, my family has a strong link to the services. My older brother is a sergeant in the army and my younger brother is also in the army. If having two brothers in the army is not enough, then my other brother is in the Marines. My Mother has never worked.

On Adjustment

(Rose) I left Thailand at 14 years of age and did not understand anything here in France at all. I did not get a choice in coming here and at that point I couldn’t speak or understand French. I arrived the first day and by the second day I began to study French. I didn’t want to waste any time as I was already a long way behind. I started studying immediately, even though in actual fact I was still jet lagged. I studied non stop and was by the end of the first month speaking French naturally. I hadn’t really realised the progress I had made as I was so totally immersed and focused.

However though, I was gradually forgetting my Thai language. There were no Thai people staying in the room where I studied and further more there were no Thai people in the city either. In fact, there weren’t any Thai people anywhere. As time went on, I became a French person and was not aware of anything other than things French. After all, this is where I grew up and studied every day. I did not want to, but unintentionally I had forgotten Thailand, it was a process that happened over time. I just thought I was French. My friends were naturally French.

rose 7

Rose with friends

This continued until I reached age 20 and over and then I really started to miss and think of Thailand. I began to study Thai language and Thai culture by myself. The languages and cultures as you know are miles apart.

Where do you live in France?

(Rose) I live in Muret which is about 29km from Toulouse in the south of France. Toulouse is approximately 750 kilometres from Paris and is a beautiful city near the mountains and the sea. It’s a place for ” rockers, ” a city that has lots of rock concerts all the time. The climate is warm here and mostly really hot because we are not far from Italy and Spain.

rose 9

Muret – south of France

What do you do for a living in Tolouse and have you always done that type of work?

(Rose) At first, I studied to work as a hotel receptionist. It was very hard work and the hours were long. However, I liked this work and it’s why I studied it, but you just paid way too much tax. I just couldn’t carry on with this profession paying that much tax and had to leave.

Then after that I studied electronic-Aeronautics. I worked in this industry for 3 – 4 years. Life here is very expensive and you pay a lot of tax and I decided against this career as well.

Now I have changed work again. Right now I work late night shifts in a Chinese restaurant. When you work night shifts, you don’t have to pay tax. This is why I work at the Chinese Restaurant as it’s the only restaurant that you can work the night shift. Life in France now is very difficult and not the same as before. In here we pay a lot of tax. I work on my own and there are many costs. There are payments for house rent, water, electric, telephone and car insurance. The monthly salary is almost not enough to cover these expenses. I have to work so hard to live in France.

French people work 35 hours per week here … this is law. If you work more than 35 hours per week then you have to pay much more tax. Although you work so hard you still cannot be a rich person here. If you work hard here, you will just end up exhausted and still without much money. If you are single like me it is so hard to survive.

I looked for night work in order to take care of me and my son. If you work at night then the state help pay the rent. On the other hand you must pay excessive tax and give to the government. Hey … This is France.

A lot of Thai people that I know believe that it’s a paradise living in a foreign land, but it’s not true. I grew up here, studied here and know the culture.

What do you do in your free time? What are your passions?

(Rose) My passions are sport and music, but my main passion and the thing I absolutely love most is going to rock concerts. In my free time it’s anything to do with music. I play guitar and bass, I sing and I constantly listen to music.

rose 3

Rose and guitar

I learnt to play bass and guitar when I was young and have loved it ever since. Although I say that I love rock, I also love many other types of music. These include rock-pop, punk-rock, Hard-rock, reggae. country music and blues music.

rose 4

Rose rocks

I also love fitness and I run for one hour every day. It all takes up a lot of time, but I need to do that. I make sure that I look after myself. This is why I am still single, because the things I love doing take up all of my spare time and there’s no time for anyone else …. laughter.

Another thing I love to do is meditate. I like to include meditation into my vacations and will do this for a few days. I like to meditate for 20 minutes a day. Every day. For my vacations it will be longer. I think everyone should try meditation, it’s very good for you. I am busy because I love to take care of me and my happiness when I have spare time.

My final passion is teaching. I teach Thai language and Thai boxing for two hours after work to those who want to learn.

My dream however is to return to Thailand. I want to live my life in Thailand now.

Are there many Thai people living in your area and do they settle in to life in Toulouse – France well.

(Rose) There are a few Thai people living here, but not that many. In fact all over France, there aren’t really that many Thai people. It’s because life here can be dreadful at times. Thai people choose to go to places that are good like Switzerland. I don’t think you choose to come to France. Even the French people themselves flee France..laughter. However, I did not have a choice as my Father and Mother brought me here.

I would say that there are not in excess of 100 Thai people living here in Toulouse including the students. It’s basically just Thai women that have French husbands really. They mostly work in restaurants as there aren’t many other opportunities available to them. It’s different for me because I studied here. It’s not the same for these Thai women though as they didn’t study here and have little choices. Many, if not working in restaurants will perhaps clean the houses of customers.

tou

The bridge in Toulouse

Mostly though, the Thai people seem content with life here. For me though, real life is Thailand.

In Toulouse we do actually have Thai temples. It’s mostly Laos people that go to the temple, because there aren’t many Thai people. There’s a lot of people from Laos and there’s a lot of people from Vietnam and Cambodia as well.

Town Hall Muret

Town Hall, Muret near Toulouse

What are French people particularly fond of doing in their spare time? What’s the character of French people like? Could you give me an idea of the character of French men and French women – all through the eyes of a Thai national.

On Likes

(Rose) French people love the sea and especially sunbathing, but mostly they like Rugby. If we are talking about sport in regards to southern French people, then mountain sports like skiing are a firm favourite. Of course, I almost forgot they love coffee, cafes, eating and drinking as well.

On Jealousy

(Rose) French people like to be envious and they like to speak only in French. I think men and women here are born with a jealous mentality. They are jealous when you have more than them, jealous if you have a nice car, if you are smarter than them or if you are prettier than them… it never ends. I find the men are very selfish and try to take advantage whenever possible. The French women can be very envious.

On French Women

(Rose) The majority of French women are jealous of each other and this comes strongly in to play throughout the working environment. I don’t particularly like working with women here as there is always a lot of jealousy involved.

French women are good mothers and I would say that at least 20 percent of French women don’t work after they are married as they would rather take care of their children. French women love fashion shopping. They are sexy, but are still faithful like most women in our world.

IMG_2891

Images of France

On French Men

(Rose) I’m afraid my opinion about French men is not good. French men just don’t respect women, but they like women to be sweet, kind and do everything for them. Oh yes, to start with they are sweet and will wow you until you trust them and then they turn into monsters. They lie a lot, are selfish, jealous, macho and aggressive. There are no in-betweens with French men. When they love someone – they love so much and when they hate – they hate forever. In my opinion there are not many good or nice French men.

Could you give me three things that in your opinion are great about living in Toulouse / France? Could you then give me three things that are not so good about living in Toulouse / France?

(Rose) On the Good

1) I love the weather in France

2) Toulouse especially is not far from the mountain. You can hike and ski until your hearts content.

3) Toulouse is a Rock City, all the great bands come here to play. It’s a city of rock concerts and it’s fantastic. Toulouse is also known as ” Airbus City. Airbus building is what’s put Toulouse on the map.

(Rose) On the Not So Good

1) Tax

2) House rent

3) Appliances – especially food appliances as really expensive because of the duty.

In fact, anything you care to name from A-Z is inclusive of tax. Ten years ago it wasn’t like this, but now everything has deteriorated.

Could you give me 3 other places that you like to visit in France. Where in France do you find fantastic and where should I visit?

1) Toulouse (of course), it’s very nice

2) Monaco

3) Nice and St.Tropez – very beautiful

rose 12

Nice, France

(Rose) The photos of the police woman and police man on the horse are from Nice. I like Nice, I have been there on a couple of occasions it’s a pleasant city and near Monaco. I have been there for a visit and to attend concerts. It’s bout a 5 hour trip from Toulouse to Nice though.

rose 13

Nice, France

You didn’t mention Paris – we all love Paris, don’t we? Tell me why Paris doesn’t get a mention and give me some quick-fire opinion on a few other topics suggested please.

On Paris

(Rose) I don’t put Paris. I hate Paris as the people their are not very nice, they rip off tourists, the metro is crap and everyone’s stressed out.

Toulouse has one of the best climates in France and the French people like this region. The people are also much more open and approachable. If you were lost and needed directions, then you could ask them. This is not the same in Paris, the people don’t answer you. In Paris they stress so much and the majority don’t speak English… or just won’t…. laughter.

IMG_2889

Louvre – Paris

Quick – Fire Opinions

On Foreign Languages

(Rose) To be honest they don’t speak French in the South of France either. Lots of people speak Spanish or Italian, but that is because we are located near Spain and Italy. Some people here originate from Spain and Italy also. To round it all off, they don’t speak much English in the north or west of France either…. only French. The French people are too lazy to learn another language or to evolve. They don’t evolve. Things are changing though as the young French people speak and understand English because of online social life and internet games.

Way of life in Toulouse

(Rose) The way of life here is similar to the Spanish I believe. The people here they love to eat and drink and mostly to eat, but are lazy for sporting activity. At the weekends they spend their time with friends or family, eating and drinking too much… laughter. French people are mostly miserly because life in Frence is so expensive…. yes, everything’s expensive in France. Toulouse is nice but the only problem with Toulouse is the horrific traffic jams you can encounter.

Toulouse 2

Traveling to Toulouse……. Slowly

On relationships between Thai women and French men

(Rose) With regards to Thai women and French men; I’ve never seen Thai women happy with their husbands in France. Some Thai women don’t like French men. Thai women mostly like and love a gentleman who respects them. For the most part and at the beginning, Thai women are taken in by the French charm and happy ever after promises. Later on, they are left in tears and unhappy from false promises and lies.

French men love and want to be with Thai women, but that is for one thing only in my opinion. They think that Thai women are sensual and sexy. When French guys talk about Thai women, the first thing they think about is sex and sensual erotic massage. In their heads a Thai woman’s purpose is for sex and nothing else. They never think anything good about us though, I don’t like this or them.

Street Muret 2

Muret, near Toulouse, south of France

More on French women

(Rose) Many French people are single. The women live without the men. Many people live alone, this is normal for us. This is why I live alone and so many of my friends do as well… laughter. The French men are never happy and nothing is ever enough or good enough. They are lazy and profit from the woman if they can.

Where I am based, French women mostly like Spanish men. Some like Italian men and men from Switzerland, but it’s mostly Spanish. This is because location wise we are near to Spain, Italy and Switzerland. For me though, I like English men. I like everything to do with the U.K and I love the English language. I like German men too, but I don’t speak their language.

My son is the man in my life. I never got married. My ex boyfriend (my son’s father) is 50 percent Spanish and 50 percent French and now I’m not fond of Spanish men either … (Rose laughs). I am 50 percent Chinese and 50 percent Thai so my son has four origins and that’s why he’s so handsome. My son is 18 years old and he is a nice guy. I am very proud of him. He is a real musician and plays in a band. He can play drums, guitar and Bass guitar. He’s very versatile. He is also very sporty and doesn’t drink or smoke. I am very proud of him.

Rose son

Son and proud Mum

On Respecting Other people

(Rose) This is the kind of thing I absolutely hate and it shows a total lack of respect for others. One of my neighbours takes my car parking space all the time and this has been occurring on and off for a long time now. It makes me mad. I return from work, I’m hungry, tired and I don’t have anywhere to park. Finally, I had enough and decided that I would get as close as possible to my parking space and block him in at the same time – my car is on the right. This makes me so angry and exactly what I mean – no respect for other people.

cars

Car Parking Issue

The outcome was that he couldn’t go to work. He starts work at 7 am and I don’t start until 10 am. He was very angry. I hope he will understand and park somewhere else next time. Of course there was no apology though. I’ve no doubt that the parking dilemma will continue as he didn’t look or sound very happy … laughter. I must go back and meditate… Calm down.

Do you have any family still living in Thailand? Where were you born in Thailand and where in Thailand did you spend the first 14 years of your life. How often do you manage to get back to Thailand for a visit?

On Family in Thailand

(Rose) Yes, I still have family in Thailand. All my family live in the north east of Thailand. My mum has lots of brothers and sisters and many cousins. I have many cousins in Thailand. I am not that fond of them to be honest. They think we have money and are rich but this is not true. We are just normal people living a simple life. It’s just because we live in Europe that this assumption is made.

On Childhood in Thailand

(Rose) I was born in Nakhon Ratischima (Korat), but we moved to Udon Thani to be near my Mum’s brothers and sisters.I went to school in Udon Thani. I had a lot of friends at school and I was a good student. When my mum said that we were moving to France, I said I did not want to go. I wanted to stay here at school and be with all my friends. My mum said that I could stay here and live with my aunty. I was so happy to hear this, but my father said NO and made me go to France.

Udon

Udon Thani, North – East Thailand

On Adapting to France

(Rose) I was sad and hated France. I don’t know why. Perhaps it was because I was so young when I arrived here. When I arrived first – oh my God, freezing cold. Not only that but the food was totally different and in fact everything was different. It only took about one month to adapt and step by step I made the transition. Now, I am French in my head, my physique is Thai, but in my heart I am 100 percent Thai.

On Returning to Thailand

(Rose) Yes, I get back to Bangkok for visits and I want to live there as well. I have a lot of friends in Bangkok and they have work I could do immediately if I was there. I have everything there ready for me, but I can’t return just yet. I have my son here in Toulouse and I must take care of him first. I care about him greatly, I live for him and couldn’t just leave him here. He is my son, my boy, my friend and my mate. I will wait until he is independent and secured. I love life in Thailand though. I love the wonderful fruits and all the delicious foods. I am not so fond of the heat I must admit though. In France I love the winters, but I don’t like the taxes anymore.

IMG_0634

Bangkok, Thailand

Trevor: I can officially announce, just in case anyone has missed it that Rose does not like the taxes in France.

When you do get back to Thailand, which are your 3 favourite places to visit ?

(Rose) My favourite area for visiting is The Andaman Islands, especially Phuket and Krabi. However though, I want to live in Bangkok.

Some Thai women think that moving to Europe / America or wherever means a better life instantly. Some think that the streets are paved with gold. What advice would you give Thai women that were thinking of living in France? What would you advise them to beware of? Maybe if you could me 3 things for them to consider before moving to France or overseas.

(Rose) 1) Don’t think, 2) Don’t imagine and 3) Don’t believe if you haven’t been and seen for yourself.

For me, Thai people are lucky with what they have. In Europe and America it’s not paradise – Thailand is. That’s why so many people who have been to Thailand love it there and dream of living there. Thais have it all really, but they don’t know it.

lucky

Living in a Thai paradise

This is the world of the Thai woman; they would like a foreign husband, but they don’t know anything about him. No one is perfect. The man is the man – wherever he is from. I have advised them on these matters on each occasion that I have returned to Thailand.

They have to be aware of the foreign men – they lie too much. Thai ladies think that foreign men have money and can give them a better life, but they are often very wrong about that. I know it’s hard for them to understand because it’s their dream and what they believe. There is no rainbow, no pot of gold and most don’t have a lot of money. I am sorry to destroy your dream. Make money by yourself, take control of your own life and don’t rely on others. Otherwise, in the end you could be in a foreign land, very unhappy, in tears and regret it all very much.

In my opinion, paradise or the better world is not a place but ourselves. Working on making ourselves better is the key. When we develop ourselves then we become happier and do better in life. Paradise is not a place. It’s within us already. All we have to do is develop it.

Happiness is not a foreign man … laughter. However, if you do want a foreign man then that is fine. Just make sure you stick with your man and don’t keep changing him as he is just a man. They are the same and none are perfect.

vote time

Time to vote for Rose

Give me an idea of your Ideal day. Time and money are no problem, you can do exactly what you want. Where would you be and what would you do with those 24 hours. The time is all yours. (You can exercise, play guitar, block somebody’s car in… laughter. The choice is yours.

(Rose) Go to the gym is important , but that I run everyday is very important.

I like to visit friends, but mostly I enjoy spending my moments with my family. My brothers, sisters – we love to sing karaoke together.

I’d play music constantly like rock music, hard rock, punk rock, pop rock, some blues, reggae and country music. I love all music with the sound of guitar bass and drums. When I hear the sound of these instruments combined my heart beat pounds faster with excitement. I can’t live without music, it’s a big part of my life – especially rock music.

rose 1

Ready to rock

I love with all my heart going to rock concerts. This is totally me. I know well that I don’t fall into the normal woman category – I am a rocker and I love heavy metal music. French men are afraid of me and keep clear… laughter. I don’t mind as I’m not fond of them either.

Summary

I’d like to thank Rose for giving me her forthright views on life in France and the Toulouse area essentially. Rose speaks her mind, but has shown her determination in life, adapting to change on many occasions. Whether country changes, employment changes or language changes she has met them all full on. The main thing I got though is that Rose has the music in her. Rock on Rose.

I loved this quote that she came out with whilst advising Thai ladies about finding paradise living overseas.

” In my opinion, paradise or the better world is not a place but ourselves. Working on making ourselves better is the key. When we develop ourselves then we become happier and do better in life. Paradise is not a place. It’s within us already. All we have to do is develop it.”

I totally agree Rose. This is sound advice for anybody. Thank you.

Read many more articles from Trevor Bide & Engaging Thailand here

Looking for Mulberry Tea? Visit our online shop here or hit the Buy It Now button below

//<![CDATA[
// < ![CDATA[
// < ![CDATA[
// < ![CDATA[
document.getElementById('ShopifyEmbedScript') || document.write('’);
// ]]>
&amp;amp;amp;amp;amp;lt;a href=”https://siamspain-herbs-health.myshopify.com/cart/7200658945:1&#8243; target=”_blank”&amp;amp;amp;amp;amp;gt;Buy 120 White Mulberry Leaf Tea Bags for diabetes &amp;amp;amp;amp;amp;amp;amp; weight loss&amp;amp;amp;amp;amp;lt;/a&amp;amp;amp;amp;amp;gt;

//]]>

%d bloggers like this: